ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

1. สถานการณ์การผลิต

          ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สาคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดกาแพงเพชร ในแต่ละปีการผลิตเกษตรกรจะทาการเพาะปลูกข้าวโพด 2 ครั้ง โดยปลูกครั้งแรกในช่วงฤดูฝน คือ ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือน สิงหาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ยังคงมีฝนตกมาก ทาให้ผลผลิตข้าวโพด มีความชื้นสูง อันเป็นสาเหตุสาคัญที่ทาให้เกิดเชื้อรา และสารแอลฟลาท็อกซิล การเพะปลูกข้าวโพด ครั้งที่สอง เป็นการปลูกในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งมีปริมาณไม่มาก การเพาะปลูกจะเริ่มในเดือน ธันวาคม และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ของปีถัดไป

ปฏิทินการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ช่วงเวลาผลผลิตที่ออกสู่ตลาด

และช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด ของจังหวัดกาแพงเพชร

ตารางแสดงพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยในจังหวัดกาแพงเพชร

จาแนกรายอาเออ ช่วงเวลาการเพาะปลูก เดือน พฤษอาคม ปี 2554 - เดือน กุมอาพันธ์ ปี 2555

          ในช่วงการผลิตปี 2554/55 จังหวัดกาแพงเพชร มีพื้นที่ปลูกข้าวโพด รวม 102,461 ไร่ พื้นที่เก็บเกี่ยว 96,236 ไร่ ผลลิตรวม 784,556.47 เมตริกตัน

2. สถานการณ์การตลาด

    2.1 ลักษณะการซื้อขาย

          ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดกาแพงเพชร ประมาณร้อยละ 100 เกษตรกรจะจาหน่ายให้แก่พ่อค้าท้องที่ โดยจาหน่ายในลักษณะคละ ไม่มีการจัดชั้นคุณภาพสินค้า ซึ่งมีสถานที่ร้านค้ารับซื้อพืชไร่ อยู่ในตัวอาเภอหรือจังหวัด (ผู้ประกอบการค้ารับซื้อข้าวโพดในจังหวัดกาแพงเพชร จานวน 22 ราย) หลังจากนั้นผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะถูกส่งไปยังตลาดระดับภูมิภาคต่อไป

          ตลาดที่สาคัญ ได้แก่ โรงงานอาหารสัตว์ ประมาณ 65% (กทม./พระนครศรีอยุธยา/ลพบุรี/สระบุรี/พิษณุโลก) ผู้ประกอบการส่งออก ประมาณ 30% (กทม.) ส่วนปริมาณข้าวโพดที่เหลือประมาณ 5% ขายให้ฟาร์มสัตว์ในจังหวัด

3. วิถีการตลาด

 

4. สถานการณ์การค้าและการเคลื่อนไหวของราคา

          ภาวะการค้าข้าวโพดในฤดูการผลิตปี 2554/55 ระดับราคาซื้อขายสูงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการของตลาดมีสูง และการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกพืชชนิดอื่นเป็นการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทน ซึ่งมีสาเหตุจากแรงจูงใจด้านราคาที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ระดับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ชนิดคละ) ความชื้น 14.5 % ณ แหล่งรับซื้อในจังหวัดกาแพงเพชร ฤดูการผลิตปี 2554/55 เฉลี่ยกิโลกรัมละ 6.96 บาท เทียบกับราคากิโลกรัมละ 6.81 บาท ในฤดูการผลิตปี 2553/54 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 0.15 บาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 2.23

    4.1 ตารางแสดงระดับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 14.5 % ณ แหล่งรับซื้อ จ.กาแพงเพชร

5. การวิเคราะห์อุปสงค์สินค้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จังหวัดกาแพงเพชร ปี 2552/53

1. พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 102,461 ไร่

2. ผลผลิตรวม 784,556.47 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 815.2421859 กก./ไร่

3. ผู้ผลิต (3.1) เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 6,933 ครัวเรือน (3.2) ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 22 แห่ง

 

การคานวณอุปสงค์สินค้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จังหวัดกาแพงเพชร

การคานวณอุปสงค์สินค้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อายในจังหวัด โดยใช้วิธี Break Down Structure

5.1 อุปสงค์อาคครัวเรือน

-

5.2 อุปสงค์อาคการเกษตร

- เกษตรกรจะไม่นิยมนาผลผลิตข้าวโพดฯ ที่เก็บเกี่ยวได้มาใช้ทาเมล็ดพันธุ์ แต่จะซื้อพันธุ์จากร้านจาหน่ายเมล็ดพันธุ์ในจังหวัดและต่างจังหวัด

5.3 อุปสงค์อาคการอุตสาหกรรม

    (1) วัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิต ส่วนผสมอาหารสัตว์ ของจังหวัดกาแพงเพชร

 

 

5.4 การวิเคราะห์ข้อมูลสินค้า

    1. วิเคราะห์ต้นทุนปัจจัยการผลิต ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2554/2555

  • ปัจจัยการผลิต ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประมาณ 4,500 บาท/ไร่

          การวิเคราะห์ต้นทุน จากการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดกาแพงเพชร ส่วนใหญ่แล้วต้นทุนการผลิตขึ้นอยู่กับ ค่าปุ๋ยเคมี ยากาจัดศัตรูพืชและวัชพืช จะเห็นได้ว่าเกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยเคมีในการบารุงดินมาก ดังนั้นหากราคาปุ๋ยเคมีปรับเพิ่มขึ้นจะทาให้เกษตรกรแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรในจังหวัดกาแพงเพชร มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีจานวนน้อย

2. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของจังหวัด เปรียบเทียบกับคู่แข่ง

          จังหวัดกาแพงเพชร ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และเมื่อเปรียบเทียบพื้นที่การเพาะปลูกกับจังหวัดข้างเคียง เช่น ตาก พิษณุโลก นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ จะพบว่าจังหวัดฯ มีพื้นที่การเพาะปลูกน้อยกว่าจังหวัดต่างๆ โดยปัจจุบันแนวโน้มพื้นที่การเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ของจังหวัดมีพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกษตรกรนิยมหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน ได้แก่ มันสาปะหลัง และอ้อยโรงงานเนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และต้นทุนการดูแลต่ากว่า แต่อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีศักยภาพของผู้ประกอบการค้าพืชไร่ของจังหวัดฯ สามารถที่จะรองรับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากหลายจังหวัดในภูมิภาคนี้ เช่น ตาก เชียงราย ลาปาง พะเยา แพร่ และน่าน เป็นจานวนมาก โดยผลผลิตข้าวโพดฯ ที่นาเข้ามาจะดาเนินการปรับปรุงให้ได้คุณภาพดีขึ้น ก่อนจาหน่ายต่อให้กับโรงงานอาหารสัตว์ และผู้ส่งออกต่อไป

คู่แข่งในประเทศ

         ภาคเหนือ ได้แก่ เพชรบูรณ์ ตาก นครสวรรค์ น่าน เชียงราย

         ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครราชสีมา เลย

         ภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี

คู่แข่งในต่างประเทศ

         สหรัฐฯ พม่า อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย

3. การวิเคราะห์จุดอ่อน/จุดแข็งตัวเอง/คู่แข่ง

  • จุดแข็ง

          1. การมีแหล่งรับซื้อผลผลิตในจังหวัดจานวนมากรวมทั้งสามารถรองรับผลผลิตจากจังหวัดข้างเคียงได้อย่างเพียงพอ

         2. ผู้ประกอบการมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย

         3. ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยต่ากว่าต้นทุนการผลิตของประเทศ

  • จุดอ่อน

         1. ผลผลิตต่อไร่ต่า ถึงแม้ว่าเกษตรกรจะหันมาใช้ข้าวโพดลูกผสมกันมากขึ้น ซึ่งจะทาให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น แต่เกษตรกรโดยส่วนใหญ่ยากจน ไม่มีกาลังซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาแพง ประกอบกับต้องเสี่ยงกับภาวะความแห้งแล้ง และฝนทิ้งช่วง ทาให้เกษตรกรไม่กล้าลงทุน เพราะใช้เมล็ดพันธุ์ดี เมื่อกระทบแล้งต้องปลูกใหม่ ยิ่งจะทาให้ต้นทุนสูงขึ้นด้วย

        2. ปัญหาความชื้น เนื่องจากเกษตรกรนิยมปลูกข้าวโพดในช่วงต้นฤดูฝน และเก็บเกี่ยวในช่วงที่ฝนตกชุก ทาให้ถูกตัดราคา เนื่องจากความชื้นสูง

        3. เกษตรกรยังขาดข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของราคา และสถานการณ์ด้านการตลาด ประกอบการตัดสินใจในการวางแผนการผลิต

        4. วิเคราะห์ปัจจัยอายนอกอื่นๆ ที่ส่งกระทบต่อความต้องการสินค้า โดยจัดลาดับความสาคัญก่อนหลัง และระบุโอกาสและอุปสรรคของสินค้า

  • ปัจจัยอายนอก

        (1.) ปัญหาเศรษฐกิจโลก ชะลอตัว

       (2.) ค่าเงินบาทแข็งขึ้น มีผลกระทบทางอ้อมและทางตรง

       (3) ปัญหากฎระเบียบทางการค้า และมาตรการกีดกันจากต่างประเทศ

       (4.) ปัญหาสถานภาพทางการเมืองของประเทศ

  • ปัจจัยอายใน

         (1.) วิถีการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของจังหวัดกาแพงเพชร พบว่าผู้ที่มีอานาจในการกาหนดราคาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น จะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป และโรงงานผลิตอาหารสัตว์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น ทาให้การซื้อ-ขาย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยใกล้เคียงกับการซื้อขายแบบผูกขาดมากขึ้นทุกที ทาให้เกษตรกรเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดหากราคาผลผลิตในปีนั้นมีราคาที่ต่า และผู้ที่สามารถรวบรวมผลผลิตได้ในปริมาณมากคือ กลุ่มผู้ประกอบการไซโลและลานท่าพืชไร่

         (2.) ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ได้แก่ ปุ๋ยเคมี ราคาน้ามันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้า เพิ่มสูงขึ้น

Additional information

สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร ชั้น 2 ถนนกำแพงเพชร - สุโขทัย
ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 62000
โทรศัพท์ 055 - 705098   www.nfc-kpt.or.th อีเมล : nfc.kpt@nfc.mail.go.th